สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

VoIP และ IP-PBX ดีอย่างไร?

VoIP และ IP-PBX ดีอย่างไร?

ต้องยอมรับกันว่า ในปัจจุบัน VOIP เป็น ระบบที่อยู่ในความสนใจของหลายคน แต่ถ้าจะเปลี่ยนระบบใหม่มาใช้มันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย ค่าใช้จ่าย ก็สูงซะด้วย ลองมาดูกันดีกว่าว่ามันดีกว่าระบบโทรศัพท์แบบเดิมยังไง

 

1. Save Cost : เหตุผลนี้คือข้ออ้างอันดับแรกเลยครับ ซึ่งเป็น เหตุผลที่โดนใจผู้ใช้งานทุกท่านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานระดับไหนก็แล้วแต่ เจอเหตุผลนี้หูผึ่งกันทุกรายแน่นอนครับ ก็เจ้าระบบ voip นี่มันลดค่าใช้จ่ายในองค์กรไปกว่าครึ่งแหนะครับ แล้วถ้ามีการออกแบบระบบดีๆแล้วละก็ บางส่วนสามารถลดค่าใช้จ่ายไป แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ตัวอย่างที่จะเห็นได้อย่างชัดเจน ก็การเชื่อมต่อระหว่างสาขาครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรที่มีระบบเครือข่ายเชื่อมโยงถึงกันอยู่แล้ว สามารถใช้งาน voip ได้อย่างคุ้มค่าเลยทีเดียว เพราะจ่ายเพิ่มแค่ค่าอุปกรณ์เท่านั้น แล้วตอนนี้พวกอุปกรณ์เชื่อมต่อเหล่านี้ก็ไม่ได้แพงอย่างในอดีตแล้วด้วย จำได้ว่าเคยใช้ Cisco Router ทำ Trunk(เชื่อมต่อกันระหว่าง อุปกรณ์) กันเมื่อตอนที่ voip เข้ามาใหม่ ๆ เหอะๆตอนนั้นทำได้แค่สอง channel เท่านั้นเองครับ ค่าใช้จ่ายก็ไม่ต้องพูดถึง ยี่ห้อนี้เค้ารับประกันความแพงอยู่แล้ว แถมยังไม่มีคู่แข่งอีกต่างหาก แต่ยุคสมัยมันเปลี่ยนแปลงไปแล้วเพื่อนเอ๋ย ในตลาดมีทั้งอุปกรณ์และระบบให้เลือกใช้มากมาย แถม software บางเจ้าก็เป็น opensource อีกด้วย ถ้าคนที่เก๋าๆหน่อยดาวน์โหลดซอฟแวร์มาใช้งานได้ฟรีๆเลย ถ้าเก๋าขึ้นไปอีกก็เอามาทำระบบขายได้อีกด้วย

 

2. Save Wiring Cost : อันนี้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งสำหรับผู้มองการณ์ไกลครับ คงจะพอทราบกันดีนะครับว่าค่าเดินสายโทรศัพท์เข้ามาใต้โต๊ะของพนักงานในบริษัทสักคน เค้าคิดราคากันอย่างไร คิดเป็นจุดๆไปเลยใช่ไหมครับ ในส่วนนี้เป็นส่วนที่ลดราคาไม่ได้เลยแม้แต่บาทเดียว แถมยังมีค่าสายแลนอีก ในยุคนี้มีกี่โต๊ะก็เดินสายกันเท่านั้นจุดละครับ สายโทรศัพท์หนึ่งสายแลนหนึ่ง โอ๊ยๆ ยังไม่ได้เริ่มทำงานกันเลยแค่วางสายเทานั้นก็โดนกันไปเท่าไรแล้ว ที่กล่าวมานี้ก็จะเป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของ IP-PBX เพราะไม่ต้องเสียค่าเดินสายโทรศัพท์เลยสักกะบาท เพราะสัญญาณเสียงไม่ได้วิ่งผ่านสายโทรศัพท์อีกต่อไปแล้ว มันไปวิ่งอยู่บนสายแลนแทนครับ ก็เป็นเส้นเดียวกันกะที่วิ่งมาต่อเครื่องคอมนี่แหละ แล้วก็เลือกซื้อ IP Phone ที่มีสวิชท์ในตัว ดูง่ายๆก็รุ่นที่มีสองพอร์ตละครับ มันจะแพงกว่ารุ่นที่มีพอร์ตเดียวอยู่สักสองร้อยบาท บางท่านก็ประหยัดเลือกรุ่นที่มีพอร์ตเดียวเพราะไม่เห็นประโยชน์ของมัน อยากจะบอกว่าท่านมองผิดแล้ว ยอมเสียสักสองร้อยบาทนี่สุดแสนจะคุ้มเลยครับ เพราะไอ้เจ้า IP Phone นี่มันถือไปเสียบตรงไหนก็ได้ แล้วถ้าตรงนั้นสายแลนไม่พอล่ะ ทำไงดี ก็เอาสายที่ต่อกับคอมสักเครื่องละครับต่อเค้ากับพอร์ต IP Phone แล้วอีกพอร์ตหนึ่งก็ค่อยต่อเข้ากับคอม เพียงเท่านี้ก็ใช้งานได้ทั้งคอมทั้ง IP Phone ละครับ บางท่านอาจจะบอกว่าประหยัดค่าเดินสายไป แต่ต้องมาจ่ายค่าหัวเครื่องแพงกว่า เพราะ IP Phone ถูกที่สุดยังอยู่ที่สองพันกว่าในบ้านเรา ใช่ครับ IP Phone ยังมีราคาสูงมากถ้าเทียบกันโทรศัพท์ analog ธรรมดาที่เคยใช้กัน มันย่อมมีข้อแตกต่างนะครับ คือไอ้เจ้า IP Phone เนียะเบอร์ของมัน (Extension Number) ติดอยู่กับเครื่องโทรศัพท์ครับ ไม่ได้ติดอยู่ที่สายโทรศัพท์เหมือนตู้สาขาทั่วไป สมมุติว่าหมายเลขภายในของท่านคือ 9995 ถ้าท่านใช้ตู้สาขาแบบเดิมใช้โทรศัพท์ analog ธรรมดา ท่านต้องการย้ายโต๊ะ ท่านก็ต้องเปลี่ยนเบอร์ใหม่ ใช่ไหมครับ แต่ถ้าเป็น IP Phone ท่านเอาเสียบตรงตำแหน่งไหนในบริษัท หมายเลขก็เป็น 9995 เหมือนเดิมครับ นี่ละน้าข้อดีอย่างนึงของมัน บางรุ่นก็โอนสายได้ อัดเสียงได้ สนทนาสามสายได้ เปลี่ยนเสียงเรียกเข้าได้อีกด้วยน่าสนใจกว่ามั้ยละครับ

 

3. Future Expansion : ถ้าคุณคุ้นเคยกะโทรศัพท์ตู้สาขา แบบเก่า(PBX) ก็คงพอจะนึกออก ว่าเวลาขยับขยายกันทีนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมครับ ถ้าสายในเต็มแล้วทำไงดีล่ะ ก็ต้องซื้อตู้ใหม่ เหอะๆ ไม่มีไรมาก เพราะมันเต็มก็คือเต็มเพิ่มเติมอะไรไม่ได้เลย นอกจากรุ่นใหม่ๆหน่อยพวกยี่ห้อดังๆ ราคาเว่อร์ๆหน่อยอะ ก็จะมองทุกอย่างเป็น module คือถ้าจะขยายก็เพิ่ม module ไปแล้วก็โดนชาร์จตามระเบียบ แต่ของ IP-PBX นั้นต่างกันครับ อยากจะเพิ่มเลขหมายเท่าไรก็เพิ่มได้ หรือจะวางเครื่องใหม่แล้วทำ trunk กับเครื่องเก่าก็ได้ แล้วที่น่าสนใจมากๆเลยครับ คือไอ้เจ้า IP-PBX เนียะ มันสามารถเชื่อมต่อกับ ระบบเก่าได้อย่างดีด้วย แต่อันนี้ไม่รับรองร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ใช้ แต่ที่ผมเคยทำมาก็เข้ากันได้หมดนะ ยังไม่เจอที่เข้ากันไม่ได้เลย ที่ต้องระวังกันนิดนึงก็คือต้องมีบั๊กแน่นอนครับเพราะมันเป็นคนละระบบกันย่อมคุยกันไม่รู้เรื่องบ้างแต่ก็อยู่ในระดับที่พอรับได้ แล้วมันใช้งานได้ดีเลยทีเดียว สำหรับผู้ที่ไม่อยากโละระบบแบบเก่าทิ้งทั้งหมด ก็ลองเล่นแบบผสมกันดูครับ ขอบอกว่าถ้าเราออกแบบดีๆนะ เอาจุดอ่อนจุดแข็งของแต่ละอันมาแทนที่กันได้แล้วล่ะก็ พูดได้คำเดียวว่า ประหยัดสุดๆครับ

 

4. Advance Feature Added : อันนี้คือข้อเปรียบเทียบระหว่างระบบเก่ากับระบบใหม่ได้เป็นอย่างดี ระบบใหม่กินขาดครับ ยกตัวอย่างเช่น voice mail บางท่านอาจจะยังไม่เห็นความสำคัญในส่วนนี้แต่ลองคิดดูว่าถ้าท่านกำลังทำธุรกิจอยู่ แต่โทรศัพท์ในสำนักงานท่านถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง ก็ต้องมีลูกค้าหลุดกันบ้างล่ะ แต่ถ้ามี voice mail แล้วล่ะก็ เราก็ติดต่อลูกค้ากลับไปได้สบายๆ แถม IP Phone บางรุ่นยัง บันทึก Miss Called ได้เหมือนโทรศัพท์มือถืออีกด้วย แล้วท่านรู้รึยังครับว่า voicemail ที่ฝากไว้นี้ ยังสามารถส่งไปยัง email address ที่เราใส่ไว้อีกด้วย ซึ่งไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนบนโลก ขอให้มีอินเตอร์เน็ต เราก็สามารถรู้ได้หมดเลย ว่าใครฝากข้อความไว้ที่โทรศัพท์เราบ้าง นี่แค่ตัวอย่างเดียวนะ ไหนจะฟังก์ชั่นใหม่ๆอีกเช่น ทำสนทนาพร้อมกันหลายสายอย่างไม่จำกัด, ทำระบบตอบรับอัตโนมัติ(IVR)หลายๆชั้นได้ , มีหน้าจอมอนิเตอร์สำหรับโอเปอเรเตอร์เพื่อดูว่าสายไหนใช้งานอยู่บ้างแล้วยังสามารถสั่งงานผ่านหน้าจอได้อีกด้วย, ระบบบันทึกเสียงระหว่างการสนทนา และยังมีอื่นๆอีกเยอะครับ สาธยายไม่หมด

 

5. Programmable System.: นี่ก็เป็นเหตุผลที่น่าสนใจอีกข้อหนึ่ง ลองคิดดูว่าในเมื่อทุกอย่างทำงานผ่านการเขียนโปรแกรมแล้วเนียะ ทีนี้เราอย่างจะให้มันออกมาเป็นอย่างไรก็ได้ตามใจชอบเลยครับ ยกตัวอย่างเช่น สามารถตั้งเวลาการทำงานของระบบได้ทุกอย่าง แล้วแต่จะเขียนแอพพลิเคชั่นเลยละครับ ปล่อยให้ระบบทำงานอัตโนมัติของมันเอง อย่างเช่นระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR) วันทำงานก็เป็นอย่างหนึ่ง วันหยุดก็จะเป็นอีกอยากหนึ่งก็ได้แล้วแต่เราจะกำหนด รวมถึงเรื่องการโทรออกด้วย สามารถโปรแกรมได้เลยว่าผู้ใช้งานคนไหนห้ามโทรออก มือถือ ห้ามโทรออกต่างประเทศ เป็นต้น

 

6. Database Application : เหตุผลนี้ถ้าจะมองกันดีๆแล้ว มันเป็นสิ่งที่บอกได้คำเดียวว่าสุดยอด จริงๆสำหรับระบบโทรศัพท์ อธิบายได้ก็คือ ไม่ว่าคุณจะทำอะไรกับระบบโทรศัพท์ ทุกอย่างจะถูกบันทึกไว้ในรูปแบบของฐานข้อมูล เช่น หมายเลขต้นทาง หมายเลขปลายทาง เวลาที่ใช้ สถานะการใช้งานต่างๆ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็จะสืบเนื่องไปถึงการกำหนดค่าใช้จ่ายอีกด้วย ทั้งการคำนวณค่าใช้จ่ายของแต่ละหมายเลข การสรุปยอดรายเดือน หรือรายปี ยังสามารถเอาตัวเลขเหล่านี้ไปสร้างเป็นกราฟแสดงผลได้อีก คือที่พูดมาทั้งหมดนี้ สั้นๆได้ใจความก็คือ ฐานข้อมูลทั้งหมดมันเก็บไว้ใน mysql ชาวไอทีทั้งหลายคงรู้จักดี นะครับ ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณเลย บรรดาโปรแกรมเมอร์ทั้งหลายดึงเอาข้อมูลตรงนี้ไปเขียนแอพ ต่างๆ ได้สบายๆ

 

7. Hot Technology : ถ้าจะมองเทรนด์กันดีๆ ลองสังเกตดูว่าบรรดาขาใหญ่ในประเทศเราเริ่มแข่งขันด้านราคาของการให้บริการ voip กันอย่างดุเดือด ไม่แพ้โปรโมชั่นโทรศัพท์มือถือเลยทีเดียว แต่คุณภาพยังต้องยอมรับกันอยู่นะครับ ขนาดเจ้าใหญ่ๆยังระบบล่มกันอยู่เป็นเรื่อยๆเลย บางทีก็สายตัดไปซะงั้น โดยเฉพาะโปรโทรฟรีไม่จำกัดอะครับ สองสามนาทีก็ตัดแล้ว ถ้าสมมุติว่ามีเจ้าใดเจ้าหนึ่งทำให้ระบบมันเสถียรได้ละก็รวยเละครับ แล้วการแข่งขันยิ่งสูง มันก็เป็นผลดีกับผู้บริโภคอย่างเราๆ เพราะระบบ IP-PBX ของเราสามารถรีจิสเตอร์กับผู้ให้บริการทุกเจ้าได้สบายครับ แล้วออกแบบแผนการโทรออกดีๆหน่อย เช่น เมื่อต้องการโทรต่างประเทศก็มาโทรออกผ่านผู้ให้บริการ voip ซะ อาจจะใช้ตัดแปด ขณะที่สายนอกธรรมดาตัดเก้า รีจิสเตอร์ไว้ซะสิบเบอร์สำหรับสายภายในร้อยหมายเลข ก็น่าจะเหลือๆ ประหยัดไปได้เยอะครับ ถ้ามองด้านการขยายตัวของเทคโนโลยีนี้ ลองนึกดูดีๆว่า wifi บ้านเราเริ่มตื่นตัวกันใช่ย่อย ไอ้เจ้า wifi นี่ก็ควบรวมกับ IP-PBX ได้สบายๆ ต่อถ้าในกรุงเทพมีจุดบริการ Access Point เยอะๆ ก็โทรกลับมาออฟฟิสฟรีๆได้เลย หรือ จะแบบทางอ้อมหน่อย มารีจิสเตอร์กะระบบเราเองนี่แหละ แล้วโทรออกผ่านระบบอีกที เป็นไงละครับพอจะนึกภาพออกมั้ยว่ามันร้อนแรงขนาดไหน สักวันในอนาคตคงโทรศัพท์ฟรีกันได้หมดอะนะครับ ถ้าเราสามารถเชื่อมโยงระบบในองค์กรของเรา เข้ากับระบบภายนอกได้ ลองดู ครับ ลองดู เริ่มต้นจากหามาใช้เองกันก่อนอาจจะเป็น IP Phone สักเครื่องก็ได้ แล้วค่อยแนะนำเข้าไปทำระบบเต็มที่บริษัท ยิ่งเริ่มต้นเร็วก็ประหยัดไปได้เยอะนะครับ

credit : VoipMag

ที่มา: http://www.skypethailand.com/th/news/news_detail.php?nID=130&chk=thainews

Tags : VoIP & IP Pbx

view